อบรมเชิงปฏิบัติการ 3 วัน ครบทั้งวงจร TOR, FRD, SRS, รายการตรวจสอบก่อนส่งงาน, การทดสอบ, UAT และการขึ้นใช้งานจริง เหมาะกับทีมที่ต้องส่งมอบระบบให้หน่วยงานราชการและโรงพยาบาล
วัตถุประสงค์
กลุ่มเป้าหมาย
รายละเอียด
ทำไมต้องเรียนหลักสูตรนี้
โครงการพัฒนาระบบส่วนใหญ่ไม่ได้ล้มเหลวตอนเขียนโค้ด แต่ล้มตั้งแต่ตอนเขียนเอกสารข้อกำหนด แล้วมาระเบิดตอนตรวจรับ
ฝั่งหน่วยงานเขียน TOR ไว้กว้างจนผู้รับจ้างตีความคนละแบบ ฝั่งผู้รับจ้างรับงานมา โดยยังไม่รู้ว่าต้องส่งมอบอะไรกันแน่ พอถึงวัน UAT ผู้ใช้บอกว่าไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ งานบานปลาย ส่งไม่ทัน เสียค่าปรับ และเสียความสัมพันธ์กันทั้งสองฝ่าย
หลักสูตรนี้พาคุณเดินครบทั้งเจ็ดขั้นในสายเดียวกัน ตั้งแต่ TOR จนระบบขึ้นใช้งานจริง เพื่อให้เห็นว่าคำที่เขียนไว้ในเอกสารต้นทางส่งผลถึงการตรวจรับปลายทางอย่างไร
สิ่งที่ทำให้หลักสูตรนี้ต่างออกไป
- เดินตามโครงการเดียวตลอดสามวัน ตั้งแต่อ่าน TOR จนวางแผนขึ้นระบบ ไม่ใช่หัวข้อกระจัดกระจาย
- เขียนเอกสารจริงในห้อง ทุกขั้นมีแบบฝึกหัดให้ลงมือทำ แล้วนำผลของขั้นก่อนหน้ามาใช้ต่อ
- มองจากทั้งสองฝั่ง ทั้งมุมหน่วยงานที่ออก TOR และตรวจรับ กับมุมผู้รับจ้างที่ต้องส่งมอบ
- มีตัวอย่างข้อกำหนดที่เขียนแล้วมีปัญหา ให้หาจุดกำกวมเอง แล้วเขียนใหม่ให้วัดผลได้
- เน้นเรื่องที่มักถูกลืม เช่น ข้อกำหนดที่ไม่ใช่ฟังก์ชัน แผนถอยกลับ และการย้ายข้อมูล
เนื้อหาแต่ละวัน
วันที่ 1 — TOR และการเก็บความต้องการ จนได้ FRD
- วงจรของโครงการพัฒนาระบบ และจุดที่มักพลาดในแต่ละช่วง
- TOR ขอบเขตงาน
- ใครเป็นคนเขียน ใครต้องอ่านให้ออก และอ่านอย่างไรไม่ให้พลาด
- ขอบเขตงานและสิ่งที่ไม่รวมอยู่ในขอบเขต
- รายการส่งมอบ งวดงาน เกณฑ์การตรวจรับ และค่าปรับ
- คำที่ทำให้เกิดข้อพิพาท เช่น เหมาะสม รวดเร็ว ใช้งานง่าย ครบถ้วน
- เปลี่ยนข้อความกำกวมให้เป็นเกณฑ์ที่ตรวจได้จริง
- การเก็บความต้องการจากผู้ใช้
- สัมภาษณ์ สังเกตการทำงานจริง และการประชุมเชิงปฏิบัติการ
- แยกความต้องการที่แท้จริงออกจากวิธีแก้ที่ผู้ใช้เสนอมาเอง
- จัดลำดับความสำคัญเมื่อเวลาและงบไม่พอทำทุกอย่าง
- FRD เอกสารข้อกำหนดเชิงหน้าที่
- โครงสร้างเอกสารและหัวข้อที่ต้องมี
- เขียน Use Case และ User Story ให้ทดสอบได้
- กฎทางธุรกิจที่ต้องเขียนแยกออกมาให้ชัด
- ผังกระบวนการทำงานและผังการไหลของข้อมูล
- ฝึกปฏิบัติ: อ่าน TOR ตัวอย่าง หาจุดกำกวม แล้วเขียน FRD หนึ่งฟังก์ชันพร้อมเกณฑ์ตรวจรับ
วันที่ 2 — SRS รายการตรวจสอบก่อนส่งงาน และการทดสอบ
- SRS ข้อกำหนดความต้องการของซอฟต์แวร์
- ความต่างของ TOR, FRD และ SRS และเหตุผลที่ต้องมีทั้งสามชุด
- พจนานุกรมข้อมูลและการออกแบบโครงสร้างข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อกำหนดการเชื่อมต่อกับระบบอื่น
- สิทธิ์การเข้าถึงแยกตามบทบาทผู้ใช้
- ข้อกำหนดที่ไม่ใช่ฟังก์ชัน ซึ่งมักถูกลืมจนเป็นปัญหาหลังระบบขึ้นใช้งาน
- ปริมาณข้อมูลและจำนวนผู้ใช้พร้อมกันที่ต้องรองรับ
- ความปลอดภัยและการเก็บร่องรอยการใช้งาน
- การสำรองข้อมูลและการกู้คืน
- ข้อกำหนดตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- Dev Checklist รายการตรวจสอบก่อนส่งงาน
- นิยามของคำว่างานเสร็จ ที่ทั้งทีมเข้าใจตรงกัน
- มาตรฐานการเขียนโค้ดและการทบทวนโค้ดระหว่างกัน
- การจัดการเวอร์ชันและการแยกสาขางาน
- รายการตรวจความปลอดภัยก่อนส่ง
- วินัยการจัดการโครงสร้างฐานข้อมูลด้วย migration
- Test การทดสอบ
- ระดับของการทดสอบ ตั้งแต่หน่วยย่อย การเชื่อมต่อ จนถึงทั้งระบบ
- เขียนกรณีทดสอบจากข้อกำหนด ไม่ใช่ทดสอบตามที่นึกออก
- ข้อมูลทดสอบที่ใกล้เคียงของจริงโดยไม่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
- การทดสอบซ้ำเมื่อแก้โค้ด เพื่อไม่ให้ของเดิมพัง
- บันทึกผลการทดสอบให้ใช้เป็นหลักฐานตอนตรวจรับได้
- ตารางสอบทานความครบถ้วน โยง TOR ไป FRD ไป SRS และไปถึงกรณีทดสอบ
- ฝึกปฏิบัติ: แปลงข้อกำหนดที่เขียนไว้วันแรกเป็นกรณีทดสอบพร้อมเกณฑ์ผ่าน
วันที่ 3 — UAT และการขึ้นใช้งานจริง
- UAT การทดสอบเพื่อยอมรับระบบโดยผู้ใช้
- เตรียมสภาพแวดล้อมและข้อมูลให้ผู้ใช้ทดสอบได้เหมือนใช้งานจริง
- เขียนสคริปต์ UAT ที่ผู้ใช้ทำตามได้เองโดยไม่ต้องมีคนไอทีนั่งข้าง
- การรัน UAT กับผู้ใช้จริง บันทึกผล และจัดลำดับสิ่งที่ต้องแก้
- แยกข้อบกพร่องออกจากคำขอเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นคนละเรื่องและคิดเงินคนละแบบ
- เกณฑ์การผ่านและการลงนามตรวจรับ
- Production การขึ้นใช้งานจริง
- แผนการขึ้นระบบและลำดับขั้นในวันจริง
- แผนถอยกลับเมื่อเกิดปัญหา และเงื่อนไขที่จะตัดสินใจถอย
- การย้ายข้อมูลจากระบบเดิม การตรวจสอบความถูกต้อง และการทำซ้ำได้
- รายการตรวจสอบก่อนเปิดใช้และหลังเปิดใช้
- การตั้งค่าสำรองข้อมูลและการเฝ้าระวังหลังขึ้นระบบ
- การส่งมอบและช่วงรับประกัน
- เอกสารส่งมอบและคู่มือที่ผู้ใช้อ่านแล้วทำตามได้จริง
- การอบรมผู้ใช้และการถ่ายโอนความรู้ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน
- การรับแจ้งปัญหาและระดับความเร่งด่วนในช่วงรับประกัน
- การขอเปลี่ยนแปลงระหว่างโครงการ และวิธีคุมขอบเขตไม่ให้บานปลาย
- ฝึกปฏิบัติ: วางแผนขึ้นระบบพร้อมแผนถอยกลับสำหรับโครงการตัวอย่าง
หลังจบหลักสูตร คุณจะทำสิ่งเหล่านี้ได้เอง
- อ่าน TOR แล้วชี้ได้ว่าข้อไหนเสี่ยง ข้อไหนตีความได้หลายทาง และควรขอความชัดเจนเพิ่มตรงไหน
- เขียน FRD และ SRS ที่ทีมพัฒนานำไปทำงานต่อได้ และผู้ว่าจ้างใช้ตรวจรับได้
- ตั้งรายการตรวจสอบก่อนส่งงานให้ทีม เพื่อให้คุณภาพไม่ขึ้นกับว่าใครเป็นคนทำ
- ออกแบบการทดสอบที่โยงกลับไปหาข้อกำหนดได้ทุกข้อ
- จัด UAT ที่จบด้วยการลงนามตรวจรับ ไม่ใช่จบด้วยรายการแก้ไขที่ไม่มีวันหมด
- วางแผนขึ้นระบบจริงพร้อมทางถอย และรู้ว่าต้องตรวจอะไรบ้างก่อนและหลังเปิดใช้
รูปแบบการอบรม
- บรรยายสลับกับแบบฝึกหัด โดยใช้โครงการตัวอย่างเดียวกันตลอดสามวัน
- ผลงานของแต่ละขั้นถูกนำไปใช้ต่อในขั้นถัดไป ทำให้เห็นความเชื่อมโยงจริง
- ระยะเวลารวม 18 ชั่วโมง แบ่งเป็น 3 วัน
- ไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรมได้
สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ
- แม่แบบเอกสาร TOR, FRD, SRS พร้อมคำอธิบายแต่ละหัวข้อ
- รายการตรวจสอบก่อนส่งงาน แบบฟอร์มกรณีทดสอบ และสคริปต์ UAT
- รายการตรวจสอบก่อนและหลังขึ้นระบบจริง
- ใบประกาศนียบัตรออนไลน์ที่ตรวจสอบความถูกต้องได้ด้วย QR
คำถามที่พบบ่อย
ไม่ใช่นักพัฒนา เรียนได้ไหม
ได้ หลักสูตรนี้ออกแบบให้ผู้ที่ทำงานฝั่งผู้ว่าจ้างเรียนได้ด้วย
เช่น ผู้รับผิดชอบโครงการ เจ้าหน้าที่พัสดุ และผู้ใช้งานที่ต้องให้ความต้องการกับทีมพัฒนา
เนื้อหาไม่มีการเขียนโปรแกรม
หน่วยงานเราเป็นฝ่ายจ้าง ไม่ได้พัฒนาเอง จะได้ประโยชน์ไหม
ได้มาก เพราะครึ่งหนึ่งของหลักสูตรคือการเขียน TOR ให้ชัด และการตรวจรับงานให้ได้ของที่ต้องการ
ซึ่งเป็นงานของฝ่ายจ้างโดยตรง
ต่างจากหลักสูตรพัฒนาระบบด้วย Yii Framework อย่างไร
หลักสูตรนั้นสอนวิธีเขียนโค้ด ส่วนหลักสูตรนี้สอนวิธีบริหารโครงการทั้งวงจร
ตั้งแต่กำหนดว่าจะทำอะไรจนส่งมอบให้ผ่าน เรียนแยกกันได้ ไม่ต้องเรียงลำดับ
หน่วยงานส่งเจ้าหน้าที่หลายคนได้ไหม
ได้ และแนะนำให้ส่งทั้งฝ่ายที่เขียนข้อกำหนดและฝ่ายที่ตรวจรับมาด้วยกัน
เพราะแบบฝึกหัดออกแบบให้ทำงานร่วมกันเป็นทีม