วงจรโครงการพัฒนาระบบ ตั้งแต่ TOR จนขึ้นใช้งานจริง

วงจรโครงการพัฒนาระบบ ตั้งแต่ TOR จนขึ้นใช้งานจริง
SDLC-101

อบรมเชิงปฏิบัติการ 3 วัน ครบทั้งวงจร TOR, FRD, SRS, รายการตรวจสอบก่อนส่งงาน, การทดสอบ, UAT และการขึ้นใช้งานจริง เหมาะกับทีมที่ต้องส่งมอบระบบให้หน่วยงานราชการและโรงพยาบาล

18 ชั่วโมง ปานกลาง สอบถามค่าลงทะเบียน

วัตถุประสงค์

อ่าน TOR แล้วบอกได้ว่าข้อไหนเสี่ยงและตีความได้หลายทาง เขียน FRD และ SRS ที่ทีมพัฒนานำไปทำงานต่อได้และตรวจรับได้จริง วางรายการตรวจสอบก่อนส่งงาน ให้คุณภาพงานไม่ขึ้นกับว่าใครเป็นคนทำ ออกแบบการทดสอบจากข้อกำหนด ไม่ใช่ทดสอบตามที่นึกออก จัด UAT กับผู้ใช้จริงจนได้ลงนามตรวจรับ วางแผนขึ้นระบบจริงพร้อมทางถอยเมื่อเกิดปัญหา

กลุ่มเป้าหมาย

ผู้จัดการโครงการและหัวหน้าทีมพัฒนา นักวิเคราะห์ระบบและผู้เขียนเอกสารข้อกำหนด เจ้าหน้าที่ไอทีของหน่วยงานที่ต้องเขียน TOR และตรวจรับงาน นักพัฒนาที่อยากเข้าใจภาพรวมก่อนและหลังงานเขียนโค้ด พื้นฐานที่ควรมี: เคยอยู่ในโครงการพัฒนาระบบมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งโครงการ ไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรมได้

รายละเอียด

ทำไมต้องเรียนหลักสูตรนี้

โครงการพัฒนาระบบส่วนใหญ่ไม่ได้ล้มเหลวตอนเขียนโค้ด แต่ล้มตั้งแต่ตอนเขียนเอกสารข้อกำหนด แล้วมาระเบิดตอนตรวจรับ

ฝั่งหน่วยงานเขียน TOR ไว้กว้างจนผู้รับจ้างตีความคนละแบบ ฝั่งผู้รับจ้างรับงานมา โดยยังไม่รู้ว่าต้องส่งมอบอะไรกันแน่ พอถึงวัน UAT ผู้ใช้บอกว่าไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ งานบานปลาย ส่งไม่ทัน เสียค่าปรับ และเสียความสัมพันธ์กันทั้งสองฝ่าย

หลักสูตรนี้พาคุณเดินครบทั้งเจ็ดขั้นในสายเดียวกัน ตั้งแต่ TOR จนระบบขึ้นใช้งานจริง เพื่อให้เห็นว่าคำที่เขียนไว้ในเอกสารต้นทางส่งผลถึงการตรวจรับปลายทางอย่างไร

สิ่งที่ทำให้หลักสูตรนี้ต่างออกไป

  • เดินตามโครงการเดียวตลอดสามวัน ตั้งแต่อ่าน TOR จนวางแผนขึ้นระบบ ไม่ใช่หัวข้อกระจัดกระจาย
  • เขียนเอกสารจริงในห้อง ทุกขั้นมีแบบฝึกหัดให้ลงมือทำ แล้วนำผลของขั้นก่อนหน้ามาใช้ต่อ
  • มองจากทั้งสองฝั่ง ทั้งมุมหน่วยงานที่ออก TOR และตรวจรับ กับมุมผู้รับจ้างที่ต้องส่งมอบ
  • มีตัวอย่างข้อกำหนดที่เขียนแล้วมีปัญหา ให้หาจุดกำกวมเอง แล้วเขียนใหม่ให้วัดผลได้
  • เน้นเรื่องที่มักถูกลืม เช่น ข้อกำหนดที่ไม่ใช่ฟังก์ชัน แผนถอยกลับ และการย้ายข้อมูล

เนื้อหาแต่ละวัน

วันที่ 1 — TOR และการเก็บความต้องการ จนได้ FRD

  • วงจรของโครงการพัฒนาระบบ และจุดที่มักพลาดในแต่ละช่วง
  • TOR ขอบเขตงาน
    • ใครเป็นคนเขียน ใครต้องอ่านให้ออก และอ่านอย่างไรไม่ให้พลาด
    • ขอบเขตงานและสิ่งที่ไม่รวมอยู่ในขอบเขต
    • รายการส่งมอบ งวดงาน เกณฑ์การตรวจรับ และค่าปรับ
    • คำที่ทำให้เกิดข้อพิพาท เช่น เหมาะสม รวดเร็ว ใช้งานง่าย ครบถ้วน
    • เปลี่ยนข้อความกำกวมให้เป็นเกณฑ์ที่ตรวจได้จริง
  • การเก็บความต้องการจากผู้ใช้
    • สัมภาษณ์ สังเกตการทำงานจริง และการประชุมเชิงปฏิบัติการ
    • แยกความต้องการที่แท้จริงออกจากวิธีแก้ที่ผู้ใช้เสนอมาเอง
    • จัดลำดับความสำคัญเมื่อเวลาและงบไม่พอทำทุกอย่าง
  • FRD เอกสารข้อกำหนดเชิงหน้าที่
    • โครงสร้างเอกสารและหัวข้อที่ต้องมี
    • เขียน Use Case และ User Story ให้ทดสอบได้
    • กฎทางธุรกิจที่ต้องเขียนแยกออกมาให้ชัด
    • ผังกระบวนการทำงานและผังการไหลของข้อมูล
  • ฝึกปฏิบัติ: อ่าน TOR ตัวอย่าง หาจุดกำกวม แล้วเขียน FRD หนึ่งฟังก์ชันพร้อมเกณฑ์ตรวจรับ

วันที่ 2 — SRS รายการตรวจสอบก่อนส่งงาน และการทดสอบ

  • SRS ข้อกำหนดความต้องการของซอฟต์แวร์
    • ความต่างของ TOR, FRD และ SRS และเหตุผลที่ต้องมีทั้งสามชุด
    • พจนานุกรมข้อมูลและการออกแบบโครงสร้างข้อมูลเบื้องต้น
    • ข้อกำหนดการเชื่อมต่อกับระบบอื่น
    • สิทธิ์การเข้าถึงแยกตามบทบาทผู้ใช้
  • ข้อกำหนดที่ไม่ใช่ฟังก์ชัน ซึ่งมักถูกลืมจนเป็นปัญหาหลังระบบขึ้นใช้งาน
    • ปริมาณข้อมูลและจำนวนผู้ใช้พร้อมกันที่ต้องรองรับ
    • ความปลอดภัยและการเก็บร่องรอยการใช้งาน
    • การสำรองข้อมูลและการกู้คืน
    • ข้อกำหนดตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • Dev Checklist รายการตรวจสอบก่อนส่งงาน
    • นิยามของคำว่างานเสร็จ ที่ทั้งทีมเข้าใจตรงกัน
    • มาตรฐานการเขียนโค้ดและการทบทวนโค้ดระหว่างกัน
    • การจัดการเวอร์ชันและการแยกสาขางาน
    • รายการตรวจความปลอดภัยก่อนส่ง
    • วินัยการจัดการโครงสร้างฐานข้อมูลด้วย migration
  • Test การทดสอบ
    • ระดับของการทดสอบ ตั้งแต่หน่วยย่อย การเชื่อมต่อ จนถึงทั้งระบบ
    • เขียนกรณีทดสอบจากข้อกำหนด ไม่ใช่ทดสอบตามที่นึกออก
    • ข้อมูลทดสอบที่ใกล้เคียงของจริงโดยไม่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
    • การทดสอบซ้ำเมื่อแก้โค้ด เพื่อไม่ให้ของเดิมพัง
    • บันทึกผลการทดสอบให้ใช้เป็นหลักฐานตอนตรวจรับได้
  • ตารางสอบทานความครบถ้วน โยง TOR ไป FRD ไป SRS และไปถึงกรณีทดสอบ
  • ฝึกปฏิบัติ: แปลงข้อกำหนดที่เขียนไว้วันแรกเป็นกรณีทดสอบพร้อมเกณฑ์ผ่าน

วันที่ 3 — UAT และการขึ้นใช้งานจริง

  • UAT การทดสอบเพื่อยอมรับระบบโดยผู้ใช้
    • เตรียมสภาพแวดล้อมและข้อมูลให้ผู้ใช้ทดสอบได้เหมือนใช้งานจริง
    • เขียนสคริปต์ UAT ที่ผู้ใช้ทำตามได้เองโดยไม่ต้องมีคนไอทีนั่งข้าง
    • การรัน UAT กับผู้ใช้จริง บันทึกผล และจัดลำดับสิ่งที่ต้องแก้
    • แยกข้อบกพร่องออกจากคำขอเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นคนละเรื่องและคิดเงินคนละแบบ
    • เกณฑ์การผ่านและการลงนามตรวจรับ
  • Production การขึ้นใช้งานจริง
    • แผนการขึ้นระบบและลำดับขั้นในวันจริง
    • แผนถอยกลับเมื่อเกิดปัญหา และเงื่อนไขที่จะตัดสินใจถอย
    • การย้ายข้อมูลจากระบบเดิม การตรวจสอบความถูกต้อง และการทำซ้ำได้
    • รายการตรวจสอบก่อนเปิดใช้และหลังเปิดใช้
    • การตั้งค่าสำรองข้อมูลและการเฝ้าระวังหลังขึ้นระบบ
  • การส่งมอบและช่วงรับประกัน
    • เอกสารส่งมอบและคู่มือที่ผู้ใช้อ่านแล้วทำตามได้จริง
    • การอบรมผู้ใช้และการถ่ายโอนความรู้ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน
    • การรับแจ้งปัญหาและระดับความเร่งด่วนในช่วงรับประกัน
  • การขอเปลี่ยนแปลงระหว่างโครงการ และวิธีคุมขอบเขตไม่ให้บานปลาย
  • ฝึกปฏิบัติ: วางแผนขึ้นระบบพร้อมแผนถอยกลับสำหรับโครงการตัวอย่าง

หลังจบหลักสูตร คุณจะทำสิ่งเหล่านี้ได้เอง

  • อ่าน TOR แล้วชี้ได้ว่าข้อไหนเสี่ยง ข้อไหนตีความได้หลายทาง และควรขอความชัดเจนเพิ่มตรงไหน
  • เขียน FRD และ SRS ที่ทีมพัฒนานำไปทำงานต่อได้ และผู้ว่าจ้างใช้ตรวจรับได้
  • ตั้งรายการตรวจสอบก่อนส่งงานให้ทีม เพื่อให้คุณภาพไม่ขึ้นกับว่าใครเป็นคนทำ
  • ออกแบบการทดสอบที่โยงกลับไปหาข้อกำหนดได้ทุกข้อ
  • จัด UAT ที่จบด้วยการลงนามตรวจรับ ไม่ใช่จบด้วยรายการแก้ไขที่ไม่มีวันหมด
  • วางแผนขึ้นระบบจริงพร้อมทางถอย และรู้ว่าต้องตรวจอะไรบ้างก่อนและหลังเปิดใช้

รูปแบบการอบรม

  • บรรยายสลับกับแบบฝึกหัด โดยใช้โครงการตัวอย่างเดียวกันตลอดสามวัน
  • ผลงานของแต่ละขั้นถูกนำไปใช้ต่อในขั้นถัดไป ทำให้เห็นความเชื่อมโยงจริง
  • ระยะเวลารวม 18 ชั่วโมง แบ่งเป็น 3 วัน
  • ไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรมได้

สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ

  • แม่แบบเอกสาร TOR, FRD, SRS พร้อมคำอธิบายแต่ละหัวข้อ
  • รายการตรวจสอบก่อนส่งงาน แบบฟอร์มกรณีทดสอบ และสคริปต์ UAT
  • รายการตรวจสอบก่อนและหลังขึ้นระบบจริง
  • ใบประกาศนียบัตรออนไลน์ที่ตรวจสอบความถูกต้องได้ด้วย QR

คำถามที่พบบ่อย

ไม่ใช่นักพัฒนา เรียนได้ไหม
ได้ หลักสูตรนี้ออกแบบให้ผู้ที่ทำงานฝั่งผู้ว่าจ้างเรียนได้ด้วย เช่น ผู้รับผิดชอบโครงการ เจ้าหน้าที่พัสดุ และผู้ใช้งานที่ต้องให้ความต้องการกับทีมพัฒนา เนื้อหาไม่มีการเขียนโปรแกรม

หน่วยงานเราเป็นฝ่ายจ้าง ไม่ได้พัฒนาเอง จะได้ประโยชน์ไหม
ได้มาก เพราะครึ่งหนึ่งของหลักสูตรคือการเขียน TOR ให้ชัด และการตรวจรับงานให้ได้ของที่ต้องการ ซึ่งเป็นงานของฝ่ายจ้างโดยตรง

ต่างจากหลักสูตรพัฒนาระบบด้วย Yii Framework อย่างไร
หลักสูตรนั้นสอนวิธีเขียนโค้ด ส่วนหลักสูตรนี้สอนวิธีบริหารโครงการทั้งวงจร ตั้งแต่กำหนดว่าจะทำอะไรจนส่งมอบให้ผ่าน เรียนแยกกันได้ ไม่ต้องเรียงลำดับ

หน่วยงานส่งเจ้าหน้าที่หลายคนได้ไหม
ได้ และแนะนำให้ส่งทั้งฝ่ายที่เขียนข้อกำหนดและฝ่ายที่ตรวจรับมาด้วยกัน เพราะแบบฝึกหัดออกแบบให้ทำงานร่วมกันเป็นทีม

รอบที่เปิดรับสมัคร

ยังไม่มีรอบที่เปิดรับสมัคร ติดต่อทีมงาน เพื่อจัดอบรมเฉพาะหน่วยงานได้